เรื่องนี้มันมีอยู่ว่าได้ไปอ่านกระจู๋นึงในเว็บ f0nt.com (ที่นี่เรียก 'กระทู้' ว่า 'กระจู๋') ก็เลยโพสตอบไปยาวเหยียด ซึ่งจริงๆไม่ได้เกิดอารมณ์หรือคิดอะไรกับคนตั้งกระจู๋แต่อย่างใด เพียงแต่มันเป็นความรู้สึกโดยรวมกับสภาวะของวงการกราฟิกในปัจจุบัน ที่มันดูเหมือนฉาบฉวย เป็นแฟชั่น อะไรทำนองนี้มากกว่า และมันคงห้ามและบอกกันไม่ได้ว่าสิ่งพวกนี้มันผิดหรือถูก ดีหรือไม่ดี เพราะมันขึ้นอยู่กับความตั้งใจกับตัวงานที่ทำออกมามากกว่าสิ่งใด ....พอดีไปโพสไว้ที่นั่นซะยาว ก็เลยเอามาแปะที่ Blog ด้วยเลย

       ปัจจุบันมันคงเป็นกระแสไปแล้วสำหรับการทำอะไรขึ้นมาสักอย่างเกี่ยวกับกราฟิก เช่น รวมตัวกับเพื่อนๆตั้งกลุ่มขึ้นมา หรือ ทำโปรเจคเล็ก-กลาง หรือใหญ่ ให้มีแนวร่วมมาแจมกันสนุกๆ แต่ก่อนอื่นเลยอย่าพึ่งไปคาดหวังขนาดว่าโปรเจคที่กำลังจะทำต้องมีชาวโลกมาเหลียวมอง ทำให้ฝรั่งต่างชาติมันอึ้งกับงานในโปรเจคนี้ .....การที่จะทำอะไรขนาดนั้นอย่างน้อยๆน่าจะมีเว็บไซต์ที่มีโดเมนเป็นเรื่องเป็นราว หรือไม่ก็ต้องมีอะไรที่ดูจริงจังสักหน่อย
ถ้าไม่มีเลยมันขาดความน่าเชื่อถือและความอยากมีส่วนร่วม ที่สำคัญคืองานที่ทำออกมา ถ้าดีและจริงใจมันจะมีพลังดึงดูดผู้คนได้ ...แต่ถ้าเป็นการกระทำแบบฉาบฉวย ไปๆมาๆมันจะกลายเป็นการทำกันเอง ดูกันเอง อวยกันเอง ฮากันเอง กันไปแทน

       มีคนที่ผมรู้จักอยู่หลายคนที่พยายามจะทำสิ่งที่เจ้าของกระทู้ที่ว่าทำอยู่ บางคนก็แค่วาดฝันกลางอากาศ บางคนก็ทำแบบกล้าๆกลัวๆ บางคนทำแบบไม่คำนึงถึงแรงตัวเอง แต่กลับวาดฝันสูง อยากเป็นที่รู้จักในวงการบ้าง อยากให้คนอื่นๆยอมรับบ้าง (ความคิดเหล่านี้ไม่ผิด แต่ถ้ามีมันมากเกินกว่าพลังและฝีมือของเรา มันจะกลายเป็นสิ่งที่กลับมาคุกคามเรา คุกคามแบบแรงบ้าง หรือค่อยๆกัดกินก็มี)

       ...แน่นอนว่างานทำนองที่ว่ามันวืดเป้าหมายกลายเป็นโปรเจคที่เงียบหายไป เพราะทำไปโดยกำลังที่มีอยู่น้อยเกินไป ...เพราะความตั้งใจมันน้อยกว่าสิ่งที่เราคาดหวัง ...มีโปรเจคหรือนิทรรศการอยู่หลายๆงานที่วูบดับชนิดไร้ความหมาย หวังว่าจะเป็นงานแจ้งเกิด แต่กลับเป็นสิ่งที่ละลายเงินทองและเวลาไปเพื่อสร้างความฝันที่ไม่มีพลัง มีอยู่เยอะทีเดียว

       ส่วนบางคนก็ทุ่มสุดตัวแบบบ้าพลัง ลงทุน ลงแรง หาสปอนเซอร์ ทำโน่นทำนี่ หาสถานที่ ติดต่อหาพาร์ตเนอร์ จัดออกมาได้แบบน่าชมเชย ประมาณว่ากูอยากทำให้มันเกิด มากกว่าทำเพราะอยากเป็นที่รู้จัก (อยากดังนั่นแหล่ะ) แต่ตัวโปรเจคมันก็ออกมาได้ในระดับนึงซึ่งก็น่าชมเชยแล้ว (เอาแค่นี้ก็พอ ถ้าเป็นครั้งแรกๆ) ......ส่วนใหญ่แล้วคนประเภทนี้ในบ้านเรามีน้อยมาก ทำให้เป็นจุดบอด วงการมันไม่เจริญสักที พูดง่ายๆคือโดยมากแล้วเหมือนจะทำอะไรเพื่อส่วนรวม เพื่อกระตุ้นวงการ แต่ลึกๆแล้วมันเหมือนไม่จริงใจ หวังผลทางอ้อมแบบบอกไม่ถูก .....พูดสั้นๆง่ายๆก็คือ ถ้าจะทำอะไรเพื่อส่วนรวมสักอย่างมันต้องมีอะไรหลายๆอย่างที่เสียสละ ต้องใจกว้าง คิดถึงเพื่อนร่วมวงการพอๆกับคิดถึงตัวเองหรือกลุ่มตัวเอง มุมมองก็ต้องกว้างกว่าสิ่งที่กำลังจะทำ  ....อย่างถ้าจะทำอะไรในระดับประเทศก็ต้องรู้ว่าต่างประเทศระดับเอเเชีย ระดับอินเตอร์ มันไปกันถึงไหนแล้ว .....ยิ่งถ้าคิดจะทำอะไรให้ระดับโลกมันมอง ก็ต้องรู้เดาทะลุไปถึงว่าอนาคตมันจะมีทิศทางแบบไหน อะไรคือสิ่งที่คนอื่นทำไปแล้วต้องหนีที่จะไม่ทำซ้ำกับเขา

       คนในวงการบ้านเราโดยมาก เมื่อประสบความสำเร็จในระดับนึงมักอยากจะได้มันเพิ่มขึ้นอีก ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักถอยมาดูงานของตัวเองแบบชัดๆ เพราะขีดจำกัดของตัวเองที่ภูมิใจนักหนาไปได้ไม่พ้นขอบเขตของชายเดนประเทศไทย .....ผมเห็นเด็กรุ่นใหม่หลายต่อหลายคน พยายาม แลัวก็ พยายาม .....ไม่ใช่พยายามฝึกตัวเอง หรือค้นหาสิ่งใหม่ๆ แต่พยายามที่จะนำเสนองานตัวเองเกินไป เช่นส่งงานไปให้พวกสื่อทางด้านออกแบบทั้งในและนอกประเทศดู หวังว่างานตัวเองมีดีพอที่จะโดนเบ้าตาเขา และเอาไปลงให้ แต่เขาก็เงียบ ..... บ้างก็ไปโพสงานโชว์ในพื้นที่เปิดที่มีคนที่เรียกว่าเหล่าเทพสิงสถิตอยู่  แล้วก็ถามชาวบ้านประมาณ cool มั๊ยครับพี่น้อง, งานนี้พึ่งทำเสร็จ แนวความคิดมาจาก บลาๆๆๆ หรือที่แอ๊บแบ้วสุดก็คงเป็น เม้นหน่อยนะ เทือกๆนั้น ...สิ่งพวกนี้มันมีทั้งแบบที่ฆ่าตัวตายกับแจ้งเกิด ...... แต่คนที่มั่นใจผลงานของตัวเองมากๆ แต่ผลงานมันตรงกันข้าม มักจะโดนถล่มเละ .....แต่ถ้ามันแย่มากๆ ชาวบ้านอาจจะไม่สนใจเลย

       ไอ้ที่สำคัญสุดคือควรเริ่มจากจุดเล็กๆ เป้าหมายเล็กๆ รู้จักรอเวลาและจังหวะที่จะเติบโต ไม่ได้คิดและคาดหวังแต่แรกว่าจะต้องสร้างชื่อจากสิ่งที่ทำขึ้นมา ทำแบบเงียบๆ แต่ตั้งใจ ใส่พลังลงไปในสิ่งที่ทำ .....สิ่งที่มันออกมามันจะบอกกับผู้คนรอบข้างได้เองว่ามันดีหรือไม่ดี ประสบความสำเร็จหรือวืดเป้า พูดง่ายๆคือทำอะไรแบบ Low profile แต่ผลงานคุณภาพสูง จะเหมาะกว่า ....หลายๆคนที่ประสบความสำเร็จแบบยั่งยืน เป็นที่ยอมรับมักจะเดินด้วยวิธีแบบนี้ เนื่องจากค่อยๆก้าวแบบช้าๆ มั่นคง พอคนอื่นยอมรับแล้วก็จะไม่เหลิงและมองตัวเองออก (ส่วนคนอื่นจะมองยังไง ก็ช่างเขา สนใจมากประสาทกินตาย)

       ......ยกตัวอย่างก็คงเอาเว็บ f0nt.com ที่ iannnnn ทำขึ้นมา แรกๆรู้สึกว่าจะมีคนด่าด้วยว่าไอ้แอนเป็นเด็กเห่อ 'ฮะมอย' อะไรสักอย่าง แต่ไม่รู้สิผมว่ามันช่วยให้คนออกแบบ font ไทยมากขึ้น มี font เจ๋งๆออกมาให้ใช้ก็แจ่มแล้ว

       อีกตัวอย่างก็คงเป็นกราฟิกกลุ่มเชียงใหม่ ที่ทำ E-mag โฮ๊ะ ขึ้นมา ....แรกๆผมเองก็ได้ยินเสียงวิพากษ์จากคนทำงานกราฟิกบางกลุ่มเหมือนกันว่า มันจะแยกเป็นประเทศเชียงใหม่รึไง หรือไม่ก็บอกว่างานแต่ละงานก๊อปคนโน้นคนนี้มา (ซึ่งบางส่วนก็คล้ายจริงๆ) แต่อย่างน้อยโปรเจคนี้ก็ทำให้คนเชียงใหม่ที่ทำงานด้านนี้มารวมตัวกันได้ เหมือนกับกลุ่มคนทำงานด้านนี้ในเมืองกรุงสักที จากแต่ก่อนแต่ละคนทำงานกันแบบอยู่ในมุมมืด เมื่อออกมาสู่ที่สว่างมันก็ต้องพยายามพัฒนาตัวเอง จากบางคนที่เคยเอาความประทับใจในผลงานคนงานคนนั้นคนนี้มาอยู่ในตัวงาน ก็เริ่มค้นหาตัวเองได้มากขึ้น ไม่งั้นก็ตกเป็นเป้าขี้ปากของคนที่แอบมองอยู่

       มันก็เป็นความตั้งใจที่ดีในการทำงานทดลองหรือโปรเจคส่วนตัวที่อยากให้คนมาร่วม ซึ่งปัจจุบันไอ้กระแสงานกราฟิกในบ้านเรากำลังบูมบนพื้นฐานความเข้าใจที่ผิดเพี้ยน สาเหตุที่ผมทึกทักเอาเองก็คงเป็นเพราะระบบพื้นฐานความเข้าใจศิลปะของบ้านเรามันยังน้อย เติบโตมากันในแบบรากไม่แข็งแรง แต่อยากจะให้ลำต้นของตัวเองใหญ่ชูก้านใบออกดอกออกผลกันมาเร็วๆ อ่านแล้วอาจจะงงๆในสิ่งที่ผมพยายามจะบอก ขอเปรียบเทียบง่ายๆโดยยกตัวอย่างก็แล้วกัน

งานด้านศิลปะ-ออกแบบในประเทศญี่ปุ่น

- มีดินดีอุดมสมบูรณ์ (รากเหง้าทางศิลปะวัฒนธรรมแข็งแรงและเป็นตัวของตัวเองสูง)
- ปลูกพืชหว่านเมล็ดได้ถูกชนิด (สร้างบุคลากรมาได้แบบถูกต้อง และรู้จักใช้สิ่งที่ตัวเองมี มาทำให้เกิดประโยชน์)
- การเลี้ยงให้เจริญเติบโต ให้ปุ๋ย ให้น้ำ ทำกันแบบค่อยเป็นค่อยไป รากจึงฝังลึกแข็งแรง (ญึ่ปุ่นมีวัฒนธรรมที่ถ่อมตัว ขยัน เลยเติบโตได้แบบแข็งแรง รัฐบาลให้การสนับสนุน บุคลากรของเขาแต่ละคนในสายงานนี้ติดอยู่ในระดับอินเตอร์หลายคนมาก)

งานด้านศิลปะ-ออกแบบในประเทศสิงคโปร์

- ดินไม่ดี ปลูกอะไรก็ขึ้นยาก (รากเหง้าทางวัฒนธรรมไม่มี ส่วนมากประชากรจะเป็นชาวจีนอพยพ งานด้านนี้เลยติดวัฒนธรรมเป็นแบบจีนที่ fake-fake พยายามให้เป็นแนวสิงคโปร์ แต่มันก็ยังไม่ชัดเจน)
- แต่เขาเลือกปลูกพืช หว่านเมล็ด ที่สามารถจะเติบโตในในข้อจำกัด (บุคลากรของเขาเติบโตและเรียนรู้ในแบบที่ใช้สิ่งที่ตัวเองมีให้ก่อเกิดประโยชน์ที่สุด)
- การเลี้ยงให้เจริญเติบโต ให้ปุ๋ย ให้น้ำ ให้ยา ทำกันแบบเร่งสีเร่งโต รากไม่แข็งแรงก็ใช้ไม้ค้ำยันที่แข็งแรงประคองต้นเอาไว้ เดี๋ยวรากมันก็ค่อยๆโตไปด้วยได้เอง (น่าอิจฉาที่รัฐบาลสิงคโปร์สนับสนุนงานด้านออกแบบสูงมาก และบุคลากรของเขาที่ทำงานได้ในระดับนึง ทำ Self Promotion ได้เก่งมาก ทำงานทดลองเยอะ เลยโตได้เร็ว)

งานด้านศิลปะ-ออกแบบในประเทศไทย

- มีดินดีอุดมสมบูรณ์ (รากเหง้าทางศิลปะวัฒนธรรมแข็งแรงและเป็นตัวของตัวเองสูง)
- แต่ปลูกพืชหว่านเมล็ดกันยังไม่เป็น เช่น ควรปลูกข้าว แต่ดันเอาต้นยูคาลิปตัสมาปลูก แถมภูมิใจกับมันมากกว่าพืชพื้นบ้านของเราซะอีก ....ส่วนไอ้พวกที่พยายามปลูกข้าวโดยมากก็ทำกันแบบไม่ศึกษาให้ถ่องแท้
เช่น ควรดำนาฤดูไหน ดินในภาคนี้ควรปลูกพันธุ์อะไร ขอให้ได้ปลูกข้าวก็พอเพราะข้าวราคาดี (บ้านเราสร้างบุคลากรกันมาแบบผิดๆ ไม่เข้าใจรากเหง้า ไม่เข้าใจสิ่งที่เรามี เติบโตกันมาในแบบดูแล้วลอกเลียน รวมสิ่งที่มีอยู่ให้เป็นองค์ประกอบเดียวและคัดแยกสิ่งที่ดีกับไม่ดีไม่เป็น และมักจะแห่แหนกันไปทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในขณะที่มันบูม เช่น ยุคนึงหนังสั้นดัง หนังสือทำมือดัง ก็แห่กันไปทำจนวงการมันแย่ ...ปัจจุบันที่อยู่ในกระแสก็คืองานกราฟิก)
- การเลี้ยงก็เลี้ยงแบบไม่ถูกต้อง ให้ปุ๋ย ให้น้ำ ไม่ถูกเวล่ำเวลา โตกันแบบล้มยืนต้น เพราะรากมันไม่แข็งแรง และไม่มีอะไรมาค้ำต้นให้ประคองตัวอยู่ได้
(รัฐบาลและสื่อบ้านเราไม่ค่อยสนับสนุนงานด้านนี้แบบถูกต้อง แต่จะทำกันแบบเป็นแฟชั่นเป็นกระแส แม้กระทั่งตัวคนที่ทำงานด้านนี้เองก็หนักไปทางโปรโมทตัวเองจนมันนำหน้าผลงานที่ตัวเองมีเพราะอยากดังเร็วๆ สังเกตุได้ง่ายๆจากวงการอินดี้ที่มีตัวจริงน้อยกว่าพวกตามกระแส คล้ายๆกับวงการกราฟิกปัจจุบันฉันใดฉันนั้น)
 
       อีกเรื่องที่บ้านเราเป็นกันหนักๆก็คือ การนำเอาระบบอุปถัมป์มาใช้ในทุกๆเรื่อง แม้แต่ในวงการสมัยใหม่อย่างกราฟิก สื่อบางสื่อพยายามจะดันพวกพ้องคนรู้จักในสายงานนี้ ดันกันเข้าไปแบบไม่ลืมหูลืมตา จนกลายเป็นเทพในสายตาบางคนที่ดูงานไม่ออกว่าลอกใครมา เอา inspire มาจากต้นแบบของใคร ซึ่งดันกันให้ตาย สื่อต่างประเทศมันก็ไม่เหลียวมามอง เพราะเล่นไปก๊อปของเขามา หรือทำในสิ่งที่เขาทำกันมาแล้ว เพียงแต่สื่อไทยมันสมองนิ่มไปหน่อยที่มองไม่ออกว่าของจริงหรือของปลอม เล่ามาแบบนี้ อาจจะมีคนเกลียดขี้หน้ามากขึ้น แต่ก็เลยตามเลย มันคือความจริงในสังคม

edit @ 20 May 2008 20:00:41 by 8e88

edit @ 25 Feb 2009 19:57:30 by 8e88

Comment

Comment:

Tweet

If you are a pupil searching for trustworthy company, click up here and buy research paper uk.

#23 By here (103.7.57.18|91.201.64.16) on 2012-10-18 10:47

<a href="http://ceecmxjuvmstczz.com">sevwnzegxoriaoi</a> http://oubogiitjylboma.com [url=http://tgxzsdsgnugvzzh.com]ixksmdeobhpsein[/url]

#22 By giqwsgqioe (94.102.52.87) on 2010-06-13 23:28

"ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว"

"ข้ารักจิตรกรรมไทย"

"มีงานให้ผมทำบ้างมั้ยครับ"

#21 By pugung on 2010-01-16 21:40

บทความนี่เยี่ยมมากครับพี่ฉึ่ง
จริงเหนภาพทุกประการครับ
ปล.ผมมีบล็อคกะเค้าแล้วนะพี่sad smile

#20 By spanky (58.8.212.106) on 2009-06-24 16:17

big smile

#19 By อวดดี on 2009-06-21 12:02

เรื่องจริง..........
กราฟิกไทยกำลังอยู่ในขั้นพยายามพัฒนา แต่ยังไปไม่ถึงใหน.. เหตุผล
เพราะกราฟิกไทยมีแต่ความฝันแต่ไม่มีความเชื่อ!!!
และcoppy รูปแบบชาวบ้านจนหลงทาง ไม่รู้จะเอายังไงดี
ไม่จบกับงาน ความคิดสับสน แสดงออกในรูปแบบนามธรรม
ที่สื่อไม่ได้ และยังไม่มีความอดทนต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
อันเป็นเหตุจากการขาด "ความรัก" ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ
เห็นได้จากภาษาที่ใช้ด่าลูกค้าด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย โดยเฉพาะเวลาที่ลูกค้าเหล่านั้นไม่ได้ยิน (ลับหลัง) ทัศนคติผิดเพี้ยนในการตีโจทย์ ทำให้ต้องทำงานกันหลายรอบ เกิดเป็นความเครียด ทีผลต่อสุขภาพ และต่องาน...
สุดท้ายก็ต้องมานั่งหาความหมายของกราฟฟิกกันต่อไป...ในทุกยุคทุกสมัย ถามตัวเองว่า กราฟฟิก คือ อะไร???

#18 By ad. (118.173.142.6) on 2009-05-30 13:32

โอ้ว อ่านแล้วคิดได้อีกเยอะเลยครับ

สุดยอด

#17 By P2ince on 2009-05-02 17:24

เราเข้าใจว่าความโลกาภิวัฒน์เป็นตัวกำหนด ศิลปะจะไม่เจริญเติบโตเลยหากพื้นฐานทางเศรษฐกิจยังไม่มั่นคง จนคนมีเวลา(และเงิน)มากพอที่จะมาสร้างและเสพย์ผลงาน จนเข้าถึงแบบมองออกว่าอะไรเป็นรสนิยมแบบไหน เพราะเราเองก็ไม่เคยลองเป็นคนที่อยู่นอกอาชีพนักศิลปะนักออกแบบนักลอกแบบหรือนักอะไรก็เถอะ ก็เลยยังสับสนว่าจะเอวยังไงกันต่อไปดี แล้วทุกคนที่ทำงานด้านนี้ไม่ว่าจะดังไปแล้วหรือยังไม่ดังก็ควรจะถามตัวเองอีกว่าเราใจกว้างแค่ไหน

#16 By Lee (58.10.3.186) on 2008-10-30 17:38

อ่านแล้วขนลุกซู่
ประทับใจ อย่างจัง
Hot! ขอแอดนะครับพี่ Hot!

#13 By on 2008-06-21 11:04

สวัสดีครับ
เห็นผลงานของพี่ครั้งแรกใน cg+ เล่มแรกอ่ะคับ
เลยขอแอ็ดหน่อยน่ะครับ



#12 By thinkd on 2008-06-16 23:23

เป็นบทความที่ดีจิงๆครับ big smile Hot!

#11 By 7same:(7w7") on 2008-05-29 01:59

อย่างแรงคบ อย่างแรง
เห็นด้วยครับ และก็สนับสนุนให้ทุกคน เน้นทำงานให้เจ๋ง ดีกว่าเน้นทำงานให้ตัวเองหล่อคับ และพยายามตั้งมาตฐานไว้สูง ๆ อ่อนน้อมถล่มตน กันซะหน่อย ตามภาษาไทย ๆ เราครับ

สู้ ๆ คับพี่น้อง
big smile

#10 By miiself on 2008-05-21 01:16

Hot!

#9 By นกฮูกดีไซน์ on 2008-05-20 20:40

เอาเป็นว่า ช่วยๆ กันน๊อะพี่big smile

#8 By นกฮูกดีไซน์ on 2008-05-20 20:39

มันจะไม่มีอะไรบูมทั้งนั้นหรอกครับ
ในเมื่อเราคนไทยทุกคนได้รับความเข้าใจในเรื่องนี้มาเท่าๆกัน
เราเป็นประเทศที่ลักจำความรู้เค้ามา ระบบการศึกษาของเราไม่ได้สอนให้วิชาชีพนี้เข้าใจได้ดีเท่าประเทศอื่น

เพราะฉะนั้นสื่อต่างๆที่เกี้ยวข้องทำให้วงการกราฟฟิคกลายเป็นประเด็นอย่างบทความนี้ขึ้นมา อาชีพนี้ก็แค่อาชีพๆนึง

การที่งานได้รับการยกย่องจากต่างประเทศนั่นคือความสำเร็จที่คนไทยยอมรับหรือ เราให้ความสำคัญแค่ตรงน้นหรือครับ
เพียงเพราะว่าคนไทยมีสันดานชอบยกย่องฝรั่งหรือเปล่า

คนไทยไม่ค่อยยกย่องคนไทยกันเอง นี่คือปัญหาที่สำคัญมากกว่า ไม่งั้นจะไม่เกิดบทความข้างบนนี้ขึ้นมาหรอก

เอาแต่มองและหวังลึกๆตามอุดมการณ์กันไปว่าจะได้รับการยอมรับจากสื่อต่างชาติ แทนที่จะรักชาติบ้านเมืองของตัวเอง ร่วมมือร่วมใจกันทำอะไรให้บ้านเรามากกว่า

สื่อที่เกี่ยวกราฟฟิคที่มีอยู่ในบ้านเราช่วงนี้มันแค่แฟชั่นที่่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป บุคคลที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน ก็คือส่วนนึงของแฟชั่นกราฟฟิคเท่านั้นเอง

#7 By ต้น (58.9.221.224) on 2008-05-15 10:28

ที่สำคัญสุดคือควรเริ่มจากจุดเล็กๆ เป้าหมายเล็กๆ รู้จักรอเวลาและจังหวะที่จะเติบโต ไม่ได้คิดและคาดหวังแต่แรกว่าจะต้องสร้างชื่อจากสิ่งที่ทำขึ้นมา ทำแบบเงียบๆ แต่ตั้งใจ ใส่พลังลงไปในสิ่งที่ทำ

เป็นประโยชน์ที่ดีมากเลยพี่บทความนี้ คิดแบบพี่เช่นกัน
หวัดดีครับฉึ่ง ขอแอ๊ดละนะ

#5 By eakasit on 2008-05-07 17:51

มาเยือนนะคับ มาเยือน cry

#4 By weloveus on 2008-05-07 14:51

มารออัพบล๊อคอยู่นะครับ
ว่องครับว่อง หุหุ

#3 By Emojoez on 2008-04-11 18:42

โอ...เร็วๆนะ รออ่านอยู่นา

#2 By นกฮูกดีไซน์ on 2008-04-08 22:31

อ่าว พี่ฉึ่ง มีด้วย...555 ผมก็พึ่งทำน่ะคับ เดี๋ยวจะแวะเข้ามาทักอีกพี่ หวัดดีคับ

#1 By Creative Buffalo Studio on 2008-04-08 11:27