จบไปได้ราวๆ 1 สัปดาห์แล้ว สำหรับงาน Bangkok CG+ 2009 ที่ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ ใจกลางเมือง แต่พึ่งมีเวลาได้มาอัพเดทและเอารูปออกจากกล้องตัวเอง งานนี้ผมมีส่วนได้ไปยุ่งกับเขาในบางจุด เช่น ได้แสดงงานตัวเองอยู่ 3-4 ชิ้น, เป็น Speaker บรรยาย และไปเป็นแรงงานประกอบ Paper Toy ที่อยู่ในงาน โดยรับไม้ต่อจาก คุณแก๊งค์ Nokhook มาสานต่อโปรเจคให้ (อ่านเบื้องหลัง Paper Toy ยักษ์ คลิกตรงนี้)


          เบื้องหลังของงานนี้ เท่าที่พอรู้มา มีปัญหาอยู่จุกจิกพอสมควร ตั้งแต่การแปลนงานที่ไม่ค่อยพร้อมและทีมงานบางส่วนยังมีประสบการณ์น้อยอยู่ในการจัดงานใหญ่ ปัญหาหลักๆคือ การคิด Theme และไอเดียในงานแสดง, การแบ่งโซนและสัดส่วน, การติดต่อประสานงานและคัดเลือกงานมาแสดง ยังค่อนข้างเห็นปัญหาและน่าจะทำได้ดีกว่าที่เห็นกัน


          ตัวงานของผมเอง (8e88) ทีมงานที่รับผิดชอบส่วนนี้พึ่งจะ Print และนำมาแขวนในคืนที่เปิดงานวันแรก (ใครมาวันแรกจะไม่เห็นงานผม) ซึ่งห้องที่ผมแสดงงานมันดูโล่งๆไปหน่อย ช่วงเช้าวันเสาร์เลยไปเอางานตัวเองที่บ้านรุ่นน้อง คือ คุณตั้ม Weloveus เพราะพี่แกพึ่งจะขอไฟล์งานผม เพื่อจะนำไปแต่งบ้าน ซึ่ง print แล้วก็กองๆเอาไว้ยังไม่ได้ทำอะไรเพราะบ้านยังทาสีตกแต่งไม่เรียบร้อย ผมเลยขอยืมงานมาแสดงก่อน ชิ้นงานบนไวนิลล์ ก. 2 เมตร x ย. 5 เมตร ทีแรกกะว่าจะเอาไปแขวนแสดงบนกำแพงอีกด้านที่ยังว่างๆ ซึ่งต้องใช้กระไดปีนขึ้นไปแขวน ระหว่างที่รอเลยเอางานกางๆไว้กับพื้นประมาณครึ่งชั่วโมงได้ มีทั้งคนมานั่งนอนกับพื้น เพื่อถ่ายรูปกับตัวงาน พอดูๆไปการกางไว้กับพื้นมันก็ทำให้พื้นที่มันน่าสนใจกว่า เลยเปลี่ยนใจว่าแปะเอาไว้กับพื้นนี่แหล่ะ เลยจัดแจงกับน้องอีกคนขึงงานเอาไว้กับพื้นแบบถาวร

          ส่วนช่วงที่ไปขึ้นบรรยายบ่ายวันเสาร์ เนื่องจากอดนอนมาเกือบ 2 วันติดๆกับการม๊อกอัพงาน Paper Toy เลยทำให้เบลอพอสมควร พูดวกไปเวียนมา สมองสั่งการอะไรไม่ค่อยจะทัน ต้องขออภัยทุกท่านมา ณ.ที่นี้

|





          ส่วนงานอื่นๆของภายในประเทศ ค่อนข้างเป็นงานในแบบ Vector แนวๆเดียวกันซะส่วนมาก ซึ่งตัวงานขาดความหลากหลายในแง่รูปแบบ ซึ่งก็มีทั้งงานดี งานไม่ดี รวมไปถึงงานที่คลับคล้ายคลับคลากับงานดีไซน์เนอร์/ศิลปินดังๆก็มีบ้าง ปนๆกันไป หลายๆคนที่มีผลงานแสดงก็แอบบ่นเล็กบ่นน้อยเรื่องสปอนเซอร์ที่เอาไปคาดเป็นแถบบนตัวงาน รวมไปถึง Tag งานที่เเอาไปติดโต้งๆบนเฟรมรูป โดยรวมๆตัวงานที่นำมาแสดงถือว่าพอใช้ได้อีกเหมือนกัน เพียงแต่ขาดการจัดวางและ install ให้น่าสนใจและดูมีอะไรมากกว่าการเอางานไปแปะแสดงไว้บนผนังอย่างเดียว ทำให้รูปแบบงานแสดงมันดูนิ่งๆ และเกือบจะเหมือนๆกันไปซะทุกๆห้อง






          ส่วนงานของต่างประเทศที่เอามาโชว์ส่วนตัวถือว่าเขามา set งานกันได้ไวมาก คือคิดกันมาก่อน แล้ว set กันแบบง่ายๆ ไม่ต้องแพงและใช้งบเยอะ การเชิญ Devil Robots (จากญี่ปุ่น) มาแสดงงานในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาด ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนให้ความสนใจเยอะ มามุงมาดูกันจนห้องแน่นไม่ขาดสาย ยังกับนักร้อง K-pop มาโชว์ตัวก็ไม่ปาน แว่วๆมาว่าของที่พี่แกเอามาขายในงาน ได้ตังค์พอเป็นพ็อกเก็ตมันนี่เอาไว้เที่ยวครั้งนี้ได้แบบสบายๆ ทั้งๆที่ของราคาก็แพงเอาการอยู่ แต่ก็มีแฟนๆผลงานมาอุดหนุนเยอะมาก (ผมก็คนนึง) แอบเห็น พี่ชาติ (SS) กับ ตั้ม b.o.r.e.d. เอาฟิกเกอร์เก่าเก็บจากบ้านไปขอลายเซ็นต์ด้วย (เตรียมกันมาขนาดนี้เลยเร๊อะ??) แล้วพี่แก 2 คน ทั้ง Shin และ Koto เป็นคนที่อัธยาศัยเป็นกันเอง ทั้งๆที่ทำงานในระดับโลกแท้ๆแต่ไม่มีแอ๊คไม่มีฟอร์มไม่มีลุคไม่มีข่มใครหรืออะไรแต่อย่างใด ถ้าไปเมาแถวๆข้าวสารคงไม่มีใครคิดว่าสองคนนี่คือ Devil Robots แน่ๆ!!


          ส่วนงานในโซนต่างประเทศอื่นๆก็มีของ Tokyo Plastic (จาก UK), David Oreilly, MAWs (จากมาเลเซีย), Action Tintoy (จากมาเลเซีย), คุณลุงลอเรนซ์ นิตยสาร IdN (จากฮ่องกง), ซือ จวน นิตยสาร Teritorry (จากมาเลเซีย/สิงคโปร์) แอบๆได้ยินมาว่าคุณลุงลอเรนซ์เจ้าของ นิตยสาร IdN สนใจงานของคนไทยหลายๆคนที่แสดงอยู่เหมือนกัน เดาๆเอาว่าเพราะแกก็คงเคยเห็นงานบางคนทาง internet อยู่บ้าง แต่งานของบางคน คุณลุงแกก็พึ่งได้เห็นในงานนี้เป็นครั้งแรก และก็ชอบประทับใจงานบางชิ้น ....ถึงงานแสดงครั้งนี้จะมีข้อผิดพลาดจุกจิกอยู่มากโขแต่อย่างน้อยๆก็ยังมีแสงที่เกิดประกายอะไรบางอย่างอยู่บ้าง





         ถ้าได้มีโอกาสได้จัดงานครั้งต่อไปก็แนะนำให้ทีมงานพยายามให้มากกว่านี้ก็แล้วกันครับ นอกจากปัญหาและประสบการณ์อันน้อยไปหน่อยของทีมงานเอง ที่บางครั้งยังต้องพึ่งแหล่งเงินทุนของเหล่าสปอนเซอร์จนบีบอะไรต่อมิอะไรหลายๆอย่าง, การที่องค์กรของรัฐไม่ค่อยให้ความสำคัญกับผู้แสดงงานชาวไทยด้วยกันเอง (พาแต่ศิลปินต่างชาติไปเลี้ยงปิดงาน โดยคนขององค์กรรัฐที่พาเขาไปเลี้ยงก็ไม่รู้จักงานด้านนี้สักเท่าไหร่หรอก)

 


          และก็ยังรู้มาแว่วๆว่าพวกเหล่า "ตั่วเฮีย" บางพวกยังมาขอเงินใต้โต๊ะแบบดื้อๆ ทั้งๆที่สถานที่จัดแสดงงานมาจากเงินภาษีของประชาชน เงินเดือนของเหล่าเฮียๆก็มาจากเงินเราๆนั่นแหล่ะ การนำแสนองานแสดงเพื่อขอใช้สถานที่ ก็ทำเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะนำเสนอได้ คิดไปแล้วก็เศร้าๆ เพราะหอศิลป์แห่งนี้กระผมก็เคยร่วมลงรายชื่อโหวตว่าอยากให้สร้างหอศิลป์ฯเมื่อครั้งที่เริ่มต้นโครงการ แล้วพี่ๆ "ตั่วเฮีย" ทำไมเขาทำกันแบบนี้เนี่ย เซ็งชะมัด

ปล: "ตั่วเฮีย" ในที่นี้แปลว่า คุณพี่ที่ทำตัวไม่น่ารัก เป็นคำเรียกด้วยความเคารพและห่วงใย รากเหง้าอาจจะมาจากภาษาล้านช้าง สมาด-สบถ กับภาษาจีนแต้จิ๋ว ....ถ้ามันไปพ้องกับคำที่แปลว่าตัวเงินตัวทอง ก็แล้วแต่ท่านๆจะคิดกัน

เบิ่งรูปภาพเพิ่มเติมได้ที่:
http://www.8e88.com
Facebook กลุ่ม Bangkok Computer Graphic Plus 2009

edit @ 11 Aug 2009 05:15:37 by 8e88

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อยากให้มีจัดกันบ่อยๆbig smile

#1 By thinkd on 2009-08-10 10:29

อยากให้เค้าให้ความสำคัญเรามากกว่านี้จังเลย T^T
...
แต่อย่างน้อยก็ยังดีที่มีงานแบบนี้ ให้หูยาวได้ออกไปโชว์ผลงานเล็กๆกะเค้าบ้าง ^^
งานใหญ่ก็ต้องขลุกขลักบ้าง ดีแล้วที่ได้จัดครับ ขอรูปเน่อพี่

#3 By นกฮูกดีไซน์ on 2009-08-10 11:05

Hot! ลืม

#4 By นกฮูกดีไซน์ on 2009-08-10 12:34

งานคุ้นๆตาทั้งนั้นเลยเนอะ

#5 By Do-it-Yourself on 2009-09-21 23:34