HomeMade-Writer

เด็กสาวที่ป้ายรถเมล์

posted on 20 May 2008 20:10 by 8e88studio  in HomeMade-Writer

       เรื่องสั้นเรื่องนี้เขียนเอาไว้ได้หลายปีแล้ว เป็นเรื่องนึงที่ผมเขียนแล้วโคตรจะชอบเลย อาจจะเป็นเพราะว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับชีวิตของตัวเองในช่วงที่เริ่มเป็นวัยรุ่น มันอาจจะไม่ได้เป็นเรื่องสั้นที่ดีอะไรมากมาย แต่ผมเชื่อว่าใครหลายๆคนก็น่าจะเคยเจอเหตุการณ์ทำนองนี้ ...แอบมองสาว ...ไม่กล้าจีบ ...เขินอาย ทำตัวไม่ถูก เรียกได้ว่าเป็นความรักแบบเด็กๆป๊อปปี้เลิฟอะไรทำนองนั้น

เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักมากในสายตาผมเลยล่ะ...


ครั้งแรกที่ผมพบเธอ เป็นวันที่ผมตื่นเช้าที่สุดตั้งแต่เรียนชั้น ม.3 มาเลยก็ว่าได้ ซึ่งปกติแล้วผมจะไปโรงเรียนสายและได้ยืนร้องเพลงชาติหลังเพื่อนๆที่หน้าห้องฝ่ายปกครองเป็นประจำ กลิ่นฝนพรำปรอยๆยามเช้าของฤดูฝน เวลาเกือบหกโมงเช้า มันรู้สึกสดชื่นดีพิลึก  ผมไปยืนรอที่ป้ายรถเมล์ตามเดิม ที่ป้ายรถเมล์มีแค่ผมกับคนอีกคนนึง....

ผมพยายามมองหน้าเธอให้ชัดๆ แต่รถเมล์ที่ผมจะต้องขึ้นมาจอดป้ายเสียก่อน ผมขึ้นรถเมล์แล้วมองลงมาก็ยังมองหน้าเธอได้ไม่ชัดอยู่ดี ชักสงสัยว่าเป็นผีรึคน...

อีกไม่กี่วันถัดมา ผมตื่นเช้าอีกแล้ว ช่วงนั้นงงตัวเองเหมือนกันว่าทำไมและอะไรทำให้คนขี้เซาอย่างผมมีอาการอยากไปโรงเรียนเช้าขนาดนั้นได้ ...เช้าวันนั้น เวลาเดิม ผมเจอเธอที่ป้ายรถเมล์อีกครั้ง ครั้งนี้ผมพยายามแอบมองหน้าเธอให้รู้ชัดๆว่าหน้าตาเป็นยังไง แต่ก็ได้แค่มอง.....

หลังจากเห็นหน้าเธอวันนั้น ผมก็มีอาการแปลกๆ ตื่นเช้าแทบจะเป็นกิจวัตร และก็เจอเธอเกือบทุกวันเหมือนกัน....

บางครั้งอยากจะเข้าไปทักเธอให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ไม่กล้าพอ บางทีรู้สึกว่าเธอก็แอบมองผมเหมือนกัน แต่พอผมหันกลับไป กลายเป็นว่าเธอไม่ได้มองมาที่เราซะแบบนั้น มีอยู่หลายครั้งที่ผมแอบมองแล้วเธอหันมา เธอคงจะสงสัยว่าทำไมเรามาเจอไอ้บ้านี่บ่อยจัง มีอยู่ช่วงนึงที่ผมไม่ได้เจอหน้าเธอเลยเกือบ 1 เดือน คือช่วงปิดเทอมกลางภาค มันเหมือนขาดหายอะไรไปบางอย่างพิกล

แต่แล้วหลังจากเปิดเทอม ผมมายืนรอรถเมล์ที่ป้ายเดียวกันกับเธออีกครั้ง...

ไอหมอกของหน้าหนาวยามเช้า ทำให้ผมแอบมองหน้าเธออยู่ห่างๆได้ไม่ชัดนัก จะเข้าไปใกล้กว่านี้ เดี๋ยวคงจะโดนเธอด่าเอาแน่ๆ แต่มันรู้สึกแปลกๆยิ่งกว่าเดิม เหมือนว่าเธอแอบมองผมอยู่ท่ามกลางไอหมอกเหมือนกัน.... ผมแอบมองเธออยู่แบบนั้นจนจบชั้น ม.3 ย้ายโรงเรียนและไม่ได้ขึ้นรถเมล์ป้ายนั้นในตอนเช้าอีกเลย...

ผมมาเจอเธออีกครั้งในอีก 5 ปีให้หลัง....

เป็นเหตุบังเอิญอยู่เหมือนกันที่วันนั้นผมตื่นเช้ามาก....
ผมพบเธอในหมู่บ้านใกล้ๆกับแถวบ้านผมนี่เอง... ไม่น่าเชื่อว่าจะพบเธออีกครั้ง หลังจากไม่ได้แอบมองหน้าเธออยู่ฝ่ายเดียวนานหลายปี จนเกือบจะเป็นแค่ความทรงจำวัยเด็ก

บ้านของเธออยู่ตรงกันข้ามกับบ้านเพื่อนสนิทของผมแค่นี้เอง แปลกมากที่ไม่เคยรู้เลย....

เช้าวันนั้น ใบหน้าเธอยังคล้ายๆคนเดิมที่ผมเคยแอบมองเมื่อหลายปีก่อน จะเปลี่ยนไปก็เพียงเล็กน้อยแค่นั้น เธอยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน ท่ามกลางอากาศยามเช้า... ผมเกือบไม่กล้าที่จะทักเธอเช่นเคย.... แต่เธอหันมองมาที่ผมพอดี ความรู้สึกในตอนนั้น ดูเหมือนเราจะจำกันได้เหมือนคนที่รู้จักกันมานานหลายปี

.... ผมยิ้ม และ เธอก็ยิ้มตอบ .........

ผมพึ่งจะมารู้ชื่อของเธอตอนเช้าของวันนั้นนั่นเอง...

edit @ 20 May 2008 20:27:28 by 8e88

โทรศัพท์ที่บ้าน

posted on 16 May 2008 21:10 by 8e88studio  in HomeMade-Writer

โทรศัพท์บ้านอาจจะเป็นเพียงเครื่องมือระลึกถึงอดีต เมื่อยามเหงา ของใครบางคน หลายๆคนอาจจะเลิกใช้มันไปแล้ว ผู้คนโดยมากก็ชอบที่จะใช้โทรศัพท์มือถือมากกว่า เพราะมันสะดวก รวดเร็ว ถึงที่หมายปลายทางกับคนที่เราอยากจะคุยด้วยได้มากกว่า

เช้าตรู่ในวันหยุดปลายสัปดาห์ โทรศัพท์บ้านที่ร้างราจากเสียงโทรเข้ามานาน ก็ได้ดังขึ้น
ท่ามกลางโลกยุคปัจจุบันที่ผู้คนใช้โทรศัพท์มือถือประดุจปัจจัยหลัก โทรศัพท์บ้านเลยแทบไร้ความหมายไปแล้วโดยเฉพาะชายโสดอย่างผม ที่วันๆนึงจะใช้โทรศัพท์มือถือคุยแค่เรื่องงาน หรือไม่ก็ชวนเพื่อนฝูงออกไปสังสรรค์กันบางครั้ง

กริ๊ง กริ๊งงง ...เสียงโทรศัพท์ดังสร้างความหงุดหงิดให้กับผมยามเช้า ...ทีแรกผมคิดว่าใครสักคนคงโทรมาทวงหนี้ โทรผิดบ้าน หรือญาติที่อยู่ต่างจังหวัดโทรมาเรื่องธุระ ผมยกหูโทรศัพท์ที่ฝุ่นเกาะเล็กน้อยขึ้นมารับสาย ....

"นั่นบ้านโก้ ใช่มั๊ยค่ะ?"
เสียงหวานๆจากปลายทางเรียกชื่อผมขึ้นมา และผมก็รู้สึกคุ้นเคยกับเสียงนั้น
"ครับ นั่นใครครับ"
"เราอ้อไง ยังจำได้มั๊ย"
.......................

ผมจำเธอได้เป็นอย่างดี นานแล้วที่เราไม่ได้พบกัน ...ตอนสมัยเรียนมัธยมปลาย เรียกได้ว่าเราสนิทกันประมาณนึง เรียกได้ว่าเกือบจะเป็นแฟน แต่ผมก็ต้องพลาดหวัง เป็นได้แค่เพื่อนคนนึงในเวลาต่อมา ....เหตุการณ์และกาลเวลาทำให้เราค่อยๆห่างกัน ความสนิทก็ค่อยๆจางหายไป จนอยู่แค่เบื้องลึกในความทรงจำ ...เธอหาเบอร์โทรศัพท์ของผมจากหนังสือรุ่นและก็โทรมา เรานัดเจอกันเพื่อคุยระลึกถึงอดีตในวัยเรียนในอีกไม่กี่วันถัดจากนั้น

เธอยังสวยเหมือนเดิม แต่ดูเศร้าอย่างบอกไม่ถูก ผมนึกในใจแต่ไม่ได้พูดออกมา
เราพูดคุยกันหลายเรื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องอดีต และก็เรื่องพื้นๆในปัจจุบันว่าพ่อแม่สุขสบายดีรึเปล่า งานเป็นยังไงบ้าง ...สิ่งหนึ่งที่เราไม่กล้าถามซึ่งกันและกันก็คือเรื่องแฟนของแต่ละคน

....ผมไม่กล้าถามเธอ เพราะในใจยังรู้สึกดีๆกับเธออยู่ มันเหมือนกับการให้ความหวังตัวเองอยู่ลึกๆของชายโสดที่ได้มาเจอกับคนที่เราเคยชอบในอดีต

....ส่วนเธอก็เหมือนจะเปิดใจให้กับผมอีกครั้ง ....ไม่รู้ว่าผมเข้าข้างตัวเองรึเปล่า แต่รู้สึกได้แบบนั้น

"ตู๊ด ตู๊ด" เสียง sms จากมือถือของเธอดังขึ้น ...เธอนิ่งไปสักพัก จึงกดตอบกลับไป
"เพื่อน sms มา ชวนไปเที่ยวคืนนี้น่ะ แต่ไม่อยากไปละ  ...ดูหนังกันมั๊ย?"
เธอชวนผมดูหนัง ...นานแล้วที่เราไม่ได้ดูหนังด้วยกัน

ระหว่างที่ดูหนังด้วยกัน เธอดูเหมือนเป็นกังวลตลอดเวลา 1 ชั่วโมงกว่าๆ เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นจาก sms ที่ส่งมาแทบจะทุกๆ 10 นาที เธอเปิดโทรศัพท์ดูเป็นระยะๆ เมื่อหนังกำลังใกล้จะจบลง sms ได้ถูกส่งเข้าโทรศัพท์มือถือของเธออีกครั้ง มันสั่นและตกลงบนพื้นพรมของโรงหนัง เธอคว้ามันไม่ทัน แสงไฟของโทรศัพท์มือรุ่นใหม่สว่างพอที่จะทำให้ผมเห็นข้อความนั้น...


ผมเก็บโทรศัพท์มือถือขึ้นมาให้เธอ จากนั้นเราก็ไม่ได้พูดอะไรกันต่อ ก่อนจากกันในค่ำวันนั้น เธอพูดกับผมเพียงแค่ว่า "โชคดีนะ..."

edit @ 20 May 2008 20:01:16 by 8e88