จบไปได้ราวๆ 1 สัปดาห์แล้ว สำหรับงาน Bangkok CG+ 2009 ที่ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ ใจกลางเมือง แต่พึ่งมีเวลาได้มาอัพเดทและเอารูปออกจากกล้องตัวเอง งานนี้ผมมีส่วนได้ไปยุ่งกับเขาในบางจุด เช่น ได้แสดงงานตัวเองอยู่ 3-4 ชิ้น, เป็น Speaker บรรยาย และไปเป็นแรงงานประกอบ Paper Toy ที่อยู่ในงาน โดยรับไม้ต่อจาก คุณแก๊งค์ Nokhook มาสานต่อโปรเจคให้ (อ่านเบื้องหลัง Paper Toy ยักษ์ คลิกตรงนี้)


          เบื้องหลังของงานนี้ เท่าที่พอรู้มา มีปัญหาอยู่จุกจิกพอสมควร ตั้งแต่การแปลนงานที่ไม่ค่อยพร้อมและทีมงานบางส่วนยังมีประสบการณ์น้อยอยู่ในการจัดงานใหญ่ ปัญหาหลักๆคือ การคิด Theme และไอเดียในงานแสดง, การแบ่งโซนและสัดส่วน, การติดต่อประสานงานและคัดเลือกงานมาแสดง ยังค่อนข้างเห็นปัญหาและน่าจะทำได้ดีกว่าที่เห็นกัน


          ตัวงานของผมเอง (8e88) ทีมงานที่รับผิดชอบส่วนนี้พึ่งจะ Print และนำมาแขวนในคืนที่เปิดงานวันแรก (ใครมาวันแรกจะไม่เห็นงานผม) ซึ่งห้องที่ผมแสดงงานมันดูโล่งๆไปหน่อย ช่วงเช้าวันเสาร์เลยไปเอางานตัวเองที่บ้านรุ่นน้อง คือ คุณตั้ม Weloveus เพราะพี่แกพึ่งจะขอไฟล์งานผม เพื่อจะนำไปแต่งบ้าน ซึ่ง print แล้วก็กองๆเอาไว้ยังไม่ได้ทำอะไรเพราะบ้านยังทาสีตกแต่งไม่เรียบร้อย ผมเลยขอยืมงานมาแสดงก่อน ชิ้นงานบนไวนิลล์ ก. 2 เมตร x ย. 5 เมตร ทีแรกกะว่าจะเอาไปแขวนแสดงบนกำแพงอีกด้านที่ยังว่างๆ ซึ่งต้องใช้กระไดปีนขึ้นไปแขวน ระหว่างที่รอเลยเอางานกางๆไว้กับพื้นประมาณครึ่งชั่วโมงได้ มีทั้งคนมานั่งนอนกับพื้น เพื่อถ่ายรูปกับตัวงาน พอดูๆไปการกางไว้กับพื้นมันก็ทำให้พื้นที่มันน่าสนใจกว่า เลยเปลี่ยนใจว่าแปะเอาไว้กับพื้นนี่แหล่ะ เลยจัดแจงกับน้องอีกคนขึงงานเอาไว้กับพื้นแบบถาวร

          ส่วนช่วงที่ไปขึ้นบรรยายบ่ายวันเสาร์ เนื่องจากอดนอนมาเกือบ 2 วันติดๆกับการม๊อกอัพงาน Paper Toy เลยทำให้เบลอพอสมควร พูดวกไปเวียนมา สมองสั่งการอะไรไม่ค่อยจะทัน ต้องขออภัยทุกท่านมา ณ.ที่นี้

|





          ส่วนงานอื่นๆของภายในประเทศ ค่อนข้างเป็นงานในแบบ Vector แนวๆเดียวกันซะส่วนมาก ซึ่งตัวงานขาดความหลากหลายในแง่รูปแบบ ซึ่งก็มีทั้งงานดี งานไม่ดี รวมไปถึงงานที่คลับคล้ายคลับคลากับงานดีไซน์เนอร์/ศิลปินดังๆก็มีบ้าง ปนๆกันไป หลายๆคนที่มีผลงานแสดงก็แอบบ่นเล็กบ่นน้อยเรื่องสปอนเซอร์ที่เอาไปคาดเป็นแถบบนตัวงาน รวมไปถึง Tag งานที่เเอาไปติดโต้งๆบนเฟรมรูป โดยรวมๆตัวงานที่นำมาแสดงถือว่าพอใช้ได้อีกเหมือนกัน เพียงแต่ขาดการจัดวางและ install ให้น่าสนใจและดูมีอะไรมากกว่าการเอางานไปแปะแสดงไว้บนผนังอย่างเดียว ทำให้รูปแบบงานแสดงมันดูนิ่งๆ และเกือบจะเหมือนๆกันไปซะทุกๆห้อง






          ส่วนงานของต่างประเทศที่เอามาโชว์ส่วนตัวถือว่าเขามา set งานกันได้ไวมาก คือคิดกันมาก่อน แล้ว set กันแบบง่ายๆ ไม่ต้องแพงและใช้งบเยอะ การเชิญ Devil Robots (จากญี่ปุ่น) มาแสดงงานในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาด ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนให้ความสนใจเยอะ มามุงมาดูกันจนห้องแน่นไม่ขาดสาย ยังกับนักร้อง K-pop มาโชว์ตัวก็ไม่ปาน แว่วๆมาว่าของที่พี่แกเอามาขายในงาน ได้ตังค์พอเป็นพ็อกเก็ตมันนี่เอาไว้เที่ยวครั้งนี้ได้แบบสบายๆ ทั้งๆที่ของราคาก็แพงเอาการอยู่ แต่ก็มีแฟนๆผลงานมาอุดหนุนเยอะมาก (ผมก็คนนึง) แอบเห็น พี่ชาติ (SS) กับ ตั้ม b.o.r.e.d. เอาฟิกเกอร์เก่าเก็บจากบ้านไปขอลายเซ็นต์ด้วย (เตรียมกันมาขนาดนี้เลยเร๊อะ??) แล้วพี่แก 2 คน ทั้ง Shin และ Koto เป็นคนที่อัธยาศัยเป็นกันเอง ทั้งๆที่ทำงานในระดับโลกแท้ๆแต่ไม่มีแอ๊คไม่มีฟอร์มไม่มีลุคไม่มีข่มใครหรืออะไรแต่อย่างใด ถ้าไปเมาแถวๆข้าวสารคงไม่มีใครคิดว่าสองคนนี่คือ Devil Robots แน่ๆ!!


          ส่วนงานในโซนต่างประเทศอื่นๆก็มีของ Tokyo Plastic (จาก UK), David Oreilly, MAWs (จากมาเลเซีย), Action Tintoy (จากมาเลเซีย), คุณลุงลอเรนซ์ นิตยสาร IdN (จากฮ่องกง), ซือ จวน นิตยสาร Teritorry (จากมาเลเซีย/สิงคโปร์) แอบๆได้ยินมาว่าคุณลุงลอเรนซ์เจ้าของ นิตยสาร IdN สนใจงานของคนไทยหลายๆคนที่แสดงอยู่เหมือนกัน เดาๆเอาว่าเพราะแกก็คงเคยเห็นงานบางคนทาง internet อยู่บ้าง แต่งานของบางคน คุณลุงแกก็พึ่งได้เห็นในงานนี้เป็นครั้งแรก และก็ชอบประทับใจงานบางชิ้น ....ถึงงานแสดงครั้งนี้จะมีข้อผิดพลาดจุกจิกอยู่มากโขแต่อย่างน้อยๆก็ยังมีแสงที่เกิดประกายอะไรบางอย่างอยู่บ้าง





         ถ้าได้มีโอกาสได้จัดงานครั้งต่อไปก็แนะนำให้ทีมงานพยายามให้มากกว่านี้ก็แล้วกันครับ นอกจากปัญหาและประสบการณ์อันน้อยไปหน่อยของทีมงานเอง ที่บางครั้งยังต้องพึ่งแหล่งเงินทุนของเหล่าสปอนเซอร์จนบีบอะไรต่อมิอะไรหลายๆอย่าง, การที่องค์กรของรัฐไม่ค่อยให้ความสำคัญกับผู้แสดงงานชาวไทยด้วยกันเอง (พาแต่ศิลปินต่างชาติไปเลี้ยงปิดงาน โดยคนขององค์กรรัฐที่พาเขาไปเลี้ยงก็ไม่รู้จักงานด้านนี้สักเท่าไหร่หรอก)

 


          และก็ยังรู้มาแว่วๆว่าพวกเหล่า "ตั่วเฮีย" บางพวกยังมาขอเงินใต้โต๊ะแบบดื้อๆ ทั้งๆที่สถานที่จัดแสดงงานมาจากเงินภาษีของประชาชน เงินเดือนของเหล่าเฮียๆก็มาจากเงินเราๆนั่นแหล่ะ การนำแสนองานแสดงเพื่อขอใช้สถานที่ ก็ทำเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะนำเสนอได้ คิดไปแล้วก็เศร้าๆ เพราะหอศิลป์แห่งนี้กระผมก็เคยร่วมลงรายชื่อโหวตว่าอยากให้สร้างหอศิลป์ฯเมื่อครั้งที่เริ่มต้นโครงการ แล้วพี่ๆ "ตั่วเฮีย" ทำไมเขาทำกันแบบนี้เนี่ย เซ็งชะมัด

ปล: "ตั่วเฮีย" ในที่นี้แปลว่า คุณพี่ที่ทำตัวไม่น่ารัก เป็นคำเรียกด้วยความเคารพและห่วงใย รากเหง้าอาจจะมาจากภาษาล้านช้าง สมาด-สบถ กับภาษาจีนแต้จิ๋ว ....ถ้ามันไปพ้องกับคำที่แปลว่าตัวเงินตัวทอง ก็แล้วแต่ท่านๆจะคิดกัน

เบิ่งรูปภาพเพิ่มเติมได้ที่:
http://www.8e88.com
Facebook กลุ่ม Bangkok Computer Graphic Plus 2009

edit @ 11 Aug 2009 05:15:37 by 8e88

มาช้ายังดีกว่าไม่มา~

          จริงๆว่าจะเอารูปออกจากกล้องและอัพเดท Blog เป็นขั้นเป็นตอนกว่านี้ แต่พอถึงเวลาช่วง set งานเตรียมงานเมื่อช่วงสัปดาห์ก่อนมันยุ่งเหยิงมากมาย แถมอดนอนวันเว้นวัน ยิ่งกว่านั้นพอจบงานปั๊บ ก็ต้องปั่นงานลูกค้าที่ค้างคา เลยพึ่งมีเวลามาอัพเดท .....ก่อนอื่นเลย ต้องกล่าวขอโทษ แก๊งค์ (Nokhook design) เจ้าของโปรเจคนี้ และดีไซน์เนอร์/อาร์ตติส ร่วมๆ 10 ชีวิต ที่ผมเอาโปรเจคและตัวงานของท่านมาปู้ยี้ปู้ยำ ซึ่งตัว Paper Toy ที่ทำสำเร็จเอาออกมาโชว์ในงานมี 6 ตัวจากทั้งหมด 12 ตัวที่ส่งไฟล์งานไปให้เขา Print

          ปัญหาหลักๆคือมีปัญหาเรื่อง Print นี่แหล่ะครับ ไอ้เจ้า Paper Toy สูงประมาณ 70-80 cm ตัวนึง ต้อง Print บนกระดาษ A ศูนย์แยกกันถึง 5-6 แผ่น และเอามาตัดต่อทำแพทเทิร์นเพื่อม๊อกอัพอีกที ดังนั้นไอ้เจ้า Paper Toy 12 ตัวที่ว่า ถ้า Print ออกมาครบๆ จะใช้กระดาษ A ศูนย์ ถึง 60-70 แผ่น (โหดเอาการทีเดียว)

          ปัญหาซ้ำซ้อนอีกเรื่องก็คือ เนื่องจากทางทีมงานอีกทีมที่รับผิดชอบเอาไฟล์ไป Print ให้ ดันจัดคิวเจ้าชุด Paper Toy เอาไว้ท้ายสุด เลยทำให้กว่าจะ Print ชุดแรกออกมาได้ก็เป็นช่วงหัวค่ำก่อนวันเปิดงานคืนเดียว และส่วนที่เหลือก็ตามมาช่วงเย็นวันศุกร์ ซึ่งเปิดงานไปแล้ว และไปๆมาๆก็ Print ไฟล์งานมาได้ไม่ครบ ....Paper Toy บางตัวเลยชิ้นส่วนหาย ทำให้ประกอบเป็นตัวไม่ได้ จากทีแรกคำนวณเวลาว่าถ้า Print ออกมาเสร็จทั้งหมดก่อนงานสัก 3 วัน น่าจะม๊อกอัพกันทัน ด้วยแรงงานกว่า 7-8 ชีวิต ที่กะมาลุยประกอบตุ๊กตากระดาษกันด้วยใจเน้นๆ

Before Paper Toy

          คืนแรกของการประกอบร่าง Paper Toy ยักษ์ ที่ Print มาชุดแรก 3 ตัวครึ่ง เป็นไปแบบชุลมุนและเต็มไปด้วยปัญหา อุปกรณ์บางอย่างเช่น กระดาษชานอ้อย ที่จะใช้ม็อกอัพ ทีมงานไม่ได้เตรียมซื้อไว้ให้ เลยต้องไปใช้โฟมตัดแผ่นหนาๆที่มีอยู่แล้วแทน เพื่อขัดตาทัพ ....ถึงจะมีปัญหาขลุกขลักหน่อยแต่ก็พอถูพอไถไปได้ ...เนื่องจากแรงงานที่มาช่วยกันประกอบต้องลองถูกลองผิดกัน แปะแพทเทิร์นผิดส่วนมั่ง ประกอบแล้วไม่ลงล็อกอะไรทำนองนี้ จากที่เริ่มประกอบกันช่วงเกือบๆ 4 ทุ่ม กว่าจะเสร็จก็เกือบๆจะตี 5 ได้ แต่ก็ทำเสร็จตามเป้าหมาย 3 ตัวแรกอย่างทุลักทุเล ....ใครที่ไปวันเปิดงานก็จะเห็น Paper Toy แค่ไอ้ 3 ตัว ที่ยังดูไม่เสร็จดี 100%

          ช่วงหัวค่ำของวันที่ 2 แรงงานประกอบตุ๊กตากระดาษมานัดพบกันอีกรอบ บางส่วนก็มาไม่ไหว เพราะเมื่อคืนก็ประกอบกันจนฟ้าสาง บางคนกลับไปนอนเอาแรง แต่บางคนก็ยังไม่ได้นอน ในวันที่ 2 ตัว Paper Toy ที่ Print ใส่กระดาษ  A ศูนย์ มารอแน่นิ่งอยู่ก็มีทั้งหมด 5 ตัว (สรุปคือ Print ที่เหลืออีก 2-3 ตัวไม่ทัน) การประกอบร่าง Paper Toy วันนี้ดูคล่องแคล่วและเป็นงานกว่าในคืนแรกมากมาย แต่ด้วยแรงงานที่น้อยกว่าเดิม ทำให้ทำเสร็จเพิ่มไปได้แค่ 3 ตัว อีก 2 ตัวดันประกอบไม่เสร็จเนื่องจากฟ้าเริ่มสางแล้ว และหมดแรงข้าวต้มกัน

Before Paper Toy

          งาน Paper Toy ที่ออกมาถึงจะไม่ใช่ขนาดมหึมาเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าใหญ่ประมาณนึง ทำให้ชั้น 4 ของหอศิลป์ฯ ดูไม่โล่งว่างและมีสีสันเพิ่มขึ้น มีผู้คนหลากหลายไปเล่นไปจับดู สาวๆไปทำแก้มแบ๊วถ่ายรูปคู่ด้วย และบางคนนึกว่ามันคือเก้าอี้เกือบๆจะแอ่นก้นลงไปนั่งก็ยังมี เพราะขนาดมันสูงกว่าเก้าอี้ทั่วไปอยู่หน่อยนึง ถ้านั่งลงไปคงมีฮาแน่ๆ ดูๆไปเจ้า Papper Toy เป็นส่วนนึงของงานที่มีคนไปถ่ายรูปเล่นมากพอสมควร

Finish Paper Toy

          จบงานและเสร็จสิ้นเลยทำเอามาโชว์ได้แค่ 6 ตัวแค่นั้นคือของ คุณแก๊งค์ (Nokhook), คุณพี่ต้น Tabun 2 ตัว, คุณ Vasu.T, คุณ GUANO Design , คุณณัฐพร ศรีพันธุ์

          ซึ่งมีตัวที่ประกอบยังไม่เสร็จค้างๆไว้คือของ พี่ชาติ (Joe'secret), คุณแมน เล่นอะไร (ByMan Studio), และของ คุณ ThinkD ที่เขา Print มาครึ่งตัว เลยเอามาประกอบได้ไม่ครบส่วน

          ส่วนงานที่ส่งไฟล์ไปแล้วไม่ได้ Print ก็มีของ น้องนานา, คุณ gugggar, คุณจีระ จีระมะกร และอีกตัวคือ Paper Toy ตัวสีขาวเปล่าๆที่ใส่เครดิตของผู้แสดงงานทุกท่านทั้ง 11 ชิ้น เอาไว้

          ต้องขออภัยมา ณ.ที่นี้ด้วยครับ ที่ทำออกมาได้ไม่เรียบร้อยทั้งหมด ....งานหน้าที่จะเอา Paper Toy ไปแสดงที่เชียงใหม่ ของเดิมที่ยังไม่พังก็อาจจะเอาไปโชว์ด้วย ชุดที่จะทำเพิ่มอาจจะลด Scale มันลงหน่อยนึง เพราะถ้าจะทำ Size ดังที่เห็นเพิ่มอีก 10-20 ตัว คอนเฟิร์มได้ว่าต้องใช้กระดาษขนาด A ศูนย์เป็นร้อยแผ่น แรงงานไม่ต่ำกว่า 5 คน และใช้เวลาประกอบประมาณ 1 อาทิตย์จึงแล้วเสร็จ

Finish Paper Toy

ดูรูปเบื้องหลังงาน Paper Toy ทั้งหมดได้ที่:
http://www.8e88.com


ขอขอบคุณแรงงานที่มาช่วยกันประกอบร่าง Paper Toy: คุณเบียร์, น้องๆกลุ่ม Proudly Present (โจ้, เอก, โต, ปุ๊ และพรรคพวก), ทีมงานและน้องๆ CG+ (บี, ก๊อฟ, บั๊วเส และน้องฝึกงาน), น้องปอม โฟโต้-เพาะช่าง สำหรับภาพถ่ายเบื้องหลัง และ อาร์ต CG+ ที่วิ่งเรื่องหลายๆอย่างให้ทั้งเรื่อง Print งานที่เจอปัญหา รวมไปถึงเรื่องของกินเสริมพลังสำหรับเหล่าแรงงานประกอบตุ๊กตากระดาษ

edit @ 11 Aug 2009 05:17:19 by 8e88

ลาวกราฟิก LAOS graphic ตอนที่ 1

posted on 23 May 2009 03:18 by 8e88studio  in Graphic-World

          ช่วงนี้เป็นช่วงที่ว่างๆพอสมควร มีงานลูกค้าบ้างเล็กน้อยซึ่งก็จุ๊กจิ๊กไปเรื่อย วันๆนึงเลยไร้ไฟในการทำงาน ไม่ได้ทำอะไรเสร็จเป็นชิ้นเป็นอันสักที นั่งเล่นเกม PSP, ซื้อดินน้ำมันมาปั้นเล่น, นอนอ่านการ์ตูนเป็นตั้งๆ, ไปลองดูบอลไทยลีกที่สนาม ชีวิตไร้สาระไปเรื่อยๆ จนมีความรู้สึกว่าต้องไปหาไฟในการทำงานสักที ถึงไม่มีงานลูกค้า ก็ต้องหาเรื่องทำงานส่วนตัวเล่นๆ ไม่อยากจะมานั่งๆนอนๆขี้เกียจในลักษณะนี้

           ..เลยกะว่าจะไปเที่ยวเพื่อชาร์ตแบ็ตให้ตัวเองสักครา เพราะตั้งแต่ปลายปีที่แล้วมาจนถึงตอนนี้ไม่ได้มีโอกาสไปเที่ยวเลย ปั่นแต่งาน  พอว่างได้ก็นอนบิดขี้เกียจไปเรื่อย ....เอาละสิ ช่วงนี้เข้าหน้าฝนจะไปเที่ยวเพื่อชื่นชมธรรมชาติ ชมสถาปัตย์เก่าๆ เพื่อถ่ายรูปเล่นไปด้วย สถานที่ไหนๆก็คงไม่เวิร์กอย่างแรง ถ้าจะไปทั้งทีน่าจะเป็นการท่องเที่ยวอีกรูปแบบนึง ...เลยนึกย้อนไปถึงตอนที่ไปลาวสักปีกว่าๆที่ผ่านมาว่า เคยอยากจะไปลองสืบค้นงานด้านกราฟิกในประเทศลาวแบบเจาะลึกดูบ้าง เคยคุยกับนักเรียนศิลปะมาแล้วครั้งนึงที่หลวงพระบาง ได้ข้อมูลเบื้องต้นที่น่าสนใจดี


             โครงสร้างพื้นฐานของสถาบันสอนศิลปะในประเทศลาวจะเน้นงานด้านวิจิตรศิลป์ จิตรกรรม ประติมากรรม  ภาพพิมพ์ เซรามิกซ์ ซึ่งสายวิชาการออกแบบยังไม่ได้มีหลักสูตรเป็นเรื่องเป็นราว ส่วนคณะสถาปัตยกรรมนี่ มีหลักสูตรปริญญาตรีอยู่แล้วที่ มหาวิทยาลัยเวียงจันทร์ แต่เท่าที่คุยกับน้องที่เขาเรียนที่โรงเรียนศิลปะหลวงพระบางคนนี้ เขาก็บอกว่ารัฐบาลพึ่งจะมีหลักสูตรเปิดสอนระดับปริญญาตรี สาขาวิจิตรศิลป์ ใน วิทยาลัยศิลปะแห่งชาติเวียงจันทร์  และอาจจะเปิดสาขาออกแบบในอนาคตด้วย   ถ้าจะไปเรียนก็ต้องจบชั้นต้น กับชั้นสอง ก่อน .....ทีแรกก็งงว่าอะไรมันคือ ชั้นต้น-ชั้นสอง ยิ่งว่าวลาวปนไทยสื่อสารกันแล้วก็งงๆ เลยให้น้องเขาอธิบาย  ...สรุปได้ว่าไอ้ชั้นต้น นี่ก็คล้ายๆ ปวช.(เทียบเท่า ม.6 บ้านเรา) ส่วน ชั้นสอง นี่คือ อนุปริญญา (Diploma) นั่นแล


             โครงสร้างคร่าวๆของสถาบันสอนศิลปะในประเทศลาว คล้ายๆของประเทศไทยนั่นแหล่ะครับ แต่ของเขาจะขึ้นรับผิดชอบอยู่กับหน่วยงานที่คล้ายๆกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งนอกจากโรงเรียนศิลปะแล้วยังมีโรงเรียนนาฏศิลป์ด้วยนะ ตอนที่ไปเดินเล่นใน โรงเรียนศิลปะหลวงพระบาง ที่สภาพก็เล็กๆ (โดยมากสถาบันศิลปะในไทยก็เป็นลักษณะนี้ รกๆและเล็กๆ) สภาพคล้ายกับวิทยาลัยช่างศิลป์บ้านเรา มีห้องเรียน โถงแสดงงาน บึง ต้นไม้ ร่มรื่น แต่มีหอพักนอนรวมให้นักศึกษากินนอนกันที่นั่นเลย สภาพห้องก็เเต็มไปด้วยเฟรมผ้าใบ จานสี อุปกรณ์ทั่วไป ปนๆกับกองเสื้อผ้าและที่นอน มีบรรยากาศที่น่าเรียนไม่น้อย

             ยิ่งที่หลวงพระบางซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวและมีถนนคนเดินตอนดึก ใครไปเดินแล้วเห็นวัยรุ่นนั่งเงียบๆเฝ้าขายรูปวาดที่การใช้สีหรือรูปแบบค่อนข้างแตกต่างไปจากรูปเพนท์โหลๆที่วางขายอยู่ ให้เดาได้ว่านั่นแหล่ะเด็กโรงเรียนศิลปะแน่ๆ ผมเองก็เจอกับน้องที่ว่าแถวถนนคนเดินนี่แหล่ะ เป็นรายได้เสริมของน้องๆเขาระหว่างเรียนอีกทาง โดยมากพวกรูปโหลๆที่เห็นตามร้านอื่นๆที่วางขาย น้องคนนี้ก็บอกว่าเป็นงานเพื่อนๆน้องๆที่โรงเรียนทั้งนั้น แต่เป็นงานที่ทำตามสั่งให้ชาวบ้านเขาไปขาย งานจะไม่ค่อยดีนัก ส่วนร้านที่น้องๆเขาเฝ้าเองนี่คืองานที่เขาตั้งใจวาดมาโชว์และขายเองตัวงานเลยทำเต็มที่กว่า คุยไปคุยมาก็รู้ว่าน้องคนนี้กำลังจะเรียนจบในระดับชั้นสอง และกะว่าจะไปสอบเข้าเรียนต่อในระดับป.ตรีที่เวียงจันทร์ ดูจากงานน้องเขาแล้วเปรียบเทียบกับงานเด็กคนอื่นๆที่วางขายในละแวกเดียวกัน คิดว่าน้องเขาน่าจะสอบติดไปเรียนในระดับปริญญาตรีนะครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้างแล้วในตอนนี้


โรงเรียนศิลปะหลวงพระบาง (ชื่อจริงคือ: โรงเรียนวิจิตตะกำหลวงพะบาง)
สภาพด้านหน้าโรงเรียนดูร่มรื่น สงบๆ ไม่วุ่นวาย น่าเรียนใช้ได้เลย

             .... วิทยาลัยและโรงเรียนศิลปะในประเทศลาวมีอยู่ 3 แห่ง

1.) โรงเรียนศิลปะหลวงพระบาง
(Luang Prabang Provincial Secondary School of Fine Arts)

เป็นสถาบันสอนศิลปะประจำภาคเหนือ เปิดสอน ชั้นต้น และ ชั้นสอง ใช้เวลาเรียน ชั้นต้น-ชั้นสูง 5 ปี

2.) โรงเรียนศิลปะสะหวันนะเขต
(Savannakhet Provincial Secondary School of Fine Arts)

เป็นสถาบันสอนศิลปะประจำภาคใต้ เปิดสอน ชั้นต้น และ ชั้นสอง ใช้เวลาเรียน ชั้นต้น-ชั้นสูง 5 ปี

3.) วิทยาลัยศิลปะแห่งชาติเวียงจันทร์  (National Faculty of Fine Arts)
เป็นสถาบันสอนศิลปะประจำภาคกลาง และเป็นศูนย์กลางด้วย นอกจากเปิดสอนในระดับ ชั้นต้น และ ชั้นสอง แล้ว ยังเปิดสอนในระดับปริญญาตรีด้านศิลปะเพียงแห่งเดียวในประเทศ ใช้เวลาเรียนต่อเนื่องอีก 2-3 ปี

รูปถ่ายพวกนี้เป็นรูปเมื่อ 2 ปีที่แล้วนะครับ และได้ไปถ่ายแค่ที่หลวงพระบางแห่งเดียว
แต่งวดที่กำลังจะไปนี่ น่าจะได้เก็บภาพบรรรยากาศ
ของวิทยาลัยศิลปะใหญ่สุดของลาวที่เวียงจันทร์มาฝากกันแน่ๆ

ตึกกลางที่มีห้องแสดงงานด้านบนชั้นสองด้วย


หอพักนักศึกษาศิลปะ ก็รกๆ แต่ไม่สกปรก ตามประสาอาร์ตๆ
น้องๆที่นี่ว่างๆเขาก็จะนั่งวาดรูป เพนท์สี หรือเล่นดนตรีกันเพื่อผ่อนคลาย




             พอจะเห็นโครงสร้างคร่าวๆกันบ้างแล้ว แต่การเข้าไปเรียนทั้งในชั้นต้น ชั้นสอง และระดับสูงสุดคือปริญญาตรี ก็โหดอยู่ไม่น้อย ...ในการจะเข้าเรียนระดับชั้นต้นในทั้ง 3 สถาบันของภาค ก็มีการสอบคัดเลือกนักเรียนอายุระหว่าง 15-16 ปี ซึ่งแต่ละรุ่นปีจะรับเด็กเข้าเรียนชั้นต้นได้ประมาณ 50-60 คน (ถ้าเป็นศูนย์กลางที่เวียงจันทร์อาจจะรับเด็กได้มากหน่อย 80-100 คน) โดยเฉลี่ยเด็กที่จบชั้นสองออกไปจะมีประมาณ 30 คน/1 สถาบันของภาค ก็คงจะมีเด็กที่เรียนไม่ไหวหรือเกเรบ้างก็เลยไม่จบ.....ส่วนท้ายสุดในระดับปริญญาตรี เด็กที่จบชั้นสองในทั้ง 3 สถาบันภาค ก็ต้องมาแย่งกันสอบคัดเลือกกันอีก โดยการสอบสัมภาษณ์และยื่น Portfolio ให้อาจารย์คัดเลือก ซึ่งมีโค๊วต้าประมาณ 15-20 คนต่อรุ่น

             แต่เด็กที่สอบเข้าไปเรียนได้ตั้งแต่ชั้นต้นไปจนถึงปริญญาตรี ทางรัฐจะออกค่าใช้จ่ายให้แทบทั้งหมด รวมไปถึงหอพัก และการกินอยู่ด้วย พูดง่ายๆคือ ฟรี นั่นแหล่ะ คงเพราะพื้นฐานโครงสร้างประเทศของลาวเป็นระบอบสังคมนิยม (โครงการเรียนฟรีนี่ดันทำก่อนประเทศเราซะอีก)
           
เล่ามายังไม่เกี่ยวกับงานกราฟิกเลยนี่หว่าเนี่ย!! เอาเป็นว่าเดี๋ยวมีตอนสองมาต่อก็แล้วกันจ๊ะ

edit @ 23 May 2009 04:08:03 by 8e88